<< November >>

S

M

T

W

T

F

S

26 

27 

28 

29 

30 

31 

10 

11 

12 

13 

14 

15 

16 

17 

18 

19 

20 

21 

22 

23 

24 

25 

26 

27 

28 

29 

30 

<< 2008>>

++my rainy birthday++
= it's good to be me =
^^Happy Visa ^^and Trick for apply Visa++
*หนีไปเที่ยวสิงคโปร์*ตอนที่1
ADFEST2008
=vacation project=
**Studio of fun**
real life..in USA
แฉ2..>>work&travel
แฉ1..>>work&travel
++ valentine's diary ++ **....((ยาวมาก))....**
**i need your help & story of my life**
++..ดูดวงความรัก..++..กันมั้ยคะ..แม่นจิงๆนะ
++ งง..โมโห..เซง++ ไม่น่าเปลี่ยนไอคอนเลย..ไดอารี่ทำงงุนงง






 

 

 

real life in USA

25th Feb,2008 :: 04.03pm

 

เมืองที่ได้ทำงานชื่อเมือง Bay Minette

พอไปถึงรู้สึกได้ว่า..มันไม่มีผู้คนอยู่เลย

เราถามนายจ้างเค้าก็บอกว่า..เมืองนี้เป็นdeath town

หรือแปลว่า เมืองที่ตายแล้ว..คือเมื่อก่อนเป็นเมืองเจริญมาก

แต่ตอนนี้เหมือนคนอพยพเข้าเมืองหางานทำเมืองเลยดูไม่ค่อยมีคน

อารมณ์เหมือนชนบทบ้านเราที่คนเข้ากรุงเทพหางานทำ..

real life in USA

**death town-Bay Minette**

แต่เราชอบนะ..เพราะว่าอยู่แบบนี้แล้วมีความสุขกว่า

เรื่อยๆไม่ต้องแข่งขันกับใคร..อากาศดีกว่า..ผู้คนก็ดีเป็นมิตรกว่า

มีความทรงจำเยอะแยะ(ทั้งดีและไม่ดี)เมื่อมาอยู่ที่นี่..แต่คงเล่าได้ไม่หมดนะคะ

เพราะว่าเรื่องบางเรื่อง..มันก็อยู่ลึกๆในใจเล่าออกมาเป็นคำพูดไม่หมดหรอกค่ะ

..จิงมั้ยคะ..

เรื่องหลักๆก็อย่างที่รู้ๆแหละค่ะว่า..เรามันคนผิวเหลือง

ยังงัยก็ต้องโดนดูถูกอยู่แล้ว..อันนี้เราทำใจมาตั้งแต่เดินทางแล้วล่ะค่ะ

เพราะมีเรื่องเล่ามากมายที่เราได้ยินมาเกี่ยวกับ..ชีวิตของคนเอเชียต่างแดน

อยู่ที่ว่าใครจะโดนมากโดนน้อย..ใครจะอดทนต่อสิ่งต่างๆได้มากกว่ากัน

ก็ชีวิตนี่คะ..มันก็ต้องมีทั้งสุขและทุกข์ปะปนกันไป..ให้สนุกสนานใจเล่น

ก็อย่างที่บอกค่ะ..อยู่เมืองเล็กๆอย่างนี้

ดีกว่าตรงที่ผู้คนเป็นมิตรมากกว่าเมืองใหญ่ๆ..แต่ข้อเสียอันร้ายแรงคือ

ถ้าไม่มีรถส่วนตัว..เราจะไปไหนไม่ได้เลยค่ะ

ไปอยู่ที่นู่นเหมือนตายทั้งเป็น..จะไปเที่ยวทะเลเมืองใกล้ๆก็ไม่ได้

ต้องเดินเท้าไปไหนต่อไหนด้วยตัวเอง..ไปซื้อของเข้าบ้านแต่ละที

หอบกันไม่หวาดไม่ไหว..มองในแง่ดีก็จะได้ผอมๆๆๆๆ

แต่ดีตรงที่เรามีเพื่อนบ้านประเสริฐติดสอยห้อยตามรถเค้าไปบางครั้ง

แถมmanagerที่ร้านก็อยู่ละแวกบ้านเดียวกัน

วันไหนทำงานดึกๆเค้าก็ไปรับไปส่ง..บางวันก็เดินกลับเอง

ดีที่บ้านกะร้านเดินประมาณ1กม.ก็ถึงแล้ว

สบายบ้างลำบากบ้าง..สนุกดีค่ะ

real life in USA

**Bogdan&Gabriel..เพื่อนข้างบ้านชาวโรมาเนีย**

real life in USA

**Mirella..เมเนเจอร์สาวสวยชาวโรมาเนีย**

 

บ้านที่เราได้ไปอยู่..เป็นapartment 2ชั้นมีห้องนอน2ห้องน้ำ2

พร้อมครัว(กินทั้งวัน..สบายพุง)

อยู่กัน6คนมีเดอะแกงค์เรากะ1หนุ่ม(เบนซ์)จากแม่ฟ้าหลวง

เราเพิ่งรู้จักเบนซ์ตอนที่จะเดินทาง..เพราะมาจากบริษัท(ต้มตุ๋น)เดียวกัน

ตอนนั้นเราต้องรวมตัวเพื่อความอยู่รอด..เนื่องจากเราไม่รู้จักใคร

และเบนซ์ก็อยากอยู่กะสาวๆมากกว่า..ด้วยเหตุผลว่า

จะได้มีคนทำกับข้าวให้กิน(มันเห็นแก่กิน555)

พวกเราสนิทใจกะเบนซ์มาก..แยกกันนอนห้องละ3คน

เหมือนกินนอนด้วยกัน..เจอเรื่องต่างๆมาด้วยกัน

พวกเราเลยสนิทกันได้ไม่ยาก..

real life in USA

**Bogdan&Benz**

ช่วงแรกๆที่ไปเรายังหากิจกรรมอะไรทำได้ไม่เยอะนัก..พอว่างจากทำงาน

เราก็เดินสำรวจบริเวณบ้าน..และเดินรอบๆเมือง

เลยทำให้รู้สึกว่า..เมืองนี้น่าอยู่มากกก..สวยมากกก..อากาศดีมากกก

real life in USA

**apartmentที่เราอยู่..(หลังที่เปิดไฟทางซ้าย)**

อยู่สบายมากก..แต่ค่าเช่าก็แพงพอตัว85$/wk.

real life in USA

**เสาไฟกะต้นไม้หน้าบ้าน**

real life in USA

**รถของลูกชายlandlordเจ้าของapartment..

รถสวยแล้วคนขับก็หล่อมากก..มีสีแดงอีกคัน..รวยจิงๆ**

และโชคดีที่apartment เรานั้นอยู่ละแวกใจกลางเมือง

มีห้องสมุดประจำเมืองอยู่หลังบ้านทางซ้าย

ซึ่งเราเดินไปใช้บริการinternetแบบwirelessได้

เล่นทั้งวันเลย..คุยกะพ่อแม่คุยกะเพื่อน..ไม่เสียตังค์555

real life in USA

**เป็นห้องสมุดเก่าแก่..แต่ระบบต่างๆทันสมัยกว่าบ้านเราอีก(ขอเมาท์)**

เดินถัดไปอีกหน่อยก็จะมีธนาคารตั้งตระหง่านอยู่หลายธนาคาร

และถัดไปอีกก็จะเป็นพวกศาลและก็ตึกที่ทำการสำคัญทางราชการต่างๆ

real life in USA

**หลังบ้านเป็นCourthouse**

real life in USA

**Administration Building..ไม่รู้ภาษาไทยเรียกว่าอะไร**

ที่น่าตกใจคือ..ข้างบ้านเราเป็นคุกค่ะ..คุกขังนักโทษแดนใต้

เราก็คิดว่ามันเป็นสถานที่เป็นตึกสำคัญรายงี้..เดินเล่นซะเพลินเลย

ซึ่งนักโทษแถบนี้ได้ชื่อว่า..จี้,ปล้น,ฆ่า,ข่มขืน

ตกใจมาก..คือมันใกล้บ้านมากห่างกันไม่กี่ร้อยเมตร

กลัวว่านักโทษจะหลุดออกมา..ผวาไปพักนึง

แถมตอนเดินสำรวจรอบๆบ้าน..เราดันเดินไปตรงห้องขังพอดี

นักโทษพวกนั้นเหมือนเค้าแกล้งเรา..คือเราเดินไปใกล้แบบไม่รู้ตัว

เค้าก็ทุบกระจกซะดังลั่น..แบบว่าแกล้งเราให้ตกใจเล่น

เราก็วิ่งกันใหญ่เพราะกลัวเค้าจะออกมา..กลัวมาก

real life in USA

**คุกค่ะ..บ้านนู๋อยู่ติดคุกค่ะ..แต่คุกเค้าดูดีมากเลย**

นอกจากนี้บริเวณใกล้ๆศาลเรายังมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง..

ซึ่งใครหนอมาวาดไว้..สวยมากๆค่ะ

real life in USA

**เป็นรูปธงชาติอเมริกาแล้วก็รูปเทพีเสรีภาพ**

กลับมาที่บริเวณห้องสมุด..ฝั่งตรงข้ามห้องสมุดจะเป็นร้านCVS

ซึ่งจัดว่าเป็นแหล่งshoppingย่อมๆที่สาวๆชอบไปใช้บริการ

ซื้อของเล็กๆน้อยๆเข้าบ้าน..เช่น นม,ขนม,ยาแก้ไอ ฯลฯ

real life in USA

**ตู้โทรศัพท์หน้าร้านCVSไว้โทรหาพ่อแม่เพื่อนฝูงที่เมืองไทย**

ตอนแรกที่เราไปใช้มันค่อนข้างจะทรุดโทรมมาก

เพราะไม่ค่อยมีใครใช้กันเนื่องจากเค้าใช้cell foneกันหมด

ปุ่มตัวเลขค้าง..กดไม่ได้

จนกระทั่งตอนนี้ปุ่มมันใช้ได้ตามปกติแล้ว..เพราะพวกเราไปกดมันทุกวัน555

หลังจากเราใช้ตู้โทรศัพท์สาธารณะสักพักพวกเราก็ตัดสินใจ

ซื้อcell foneราคาถูกแบบpre-paidใช้กัน

เพราะมันถูกกว่า..สะดวกกว่าเดินออกมาโทรและโทรกลับเมืองไทยได้ด้วย

เอาล่ะมาถึงกิจกรรมยามว่าง..ที่สำคัญอีกอย่างคือ

..การถ่ายรูป..

real life in USA

**ชอบสีท้องฟ้าแล้วก็ชอบสภาพตึกบ้านเค้า..สะอาด..สวยงาม**

real life in USA

**เห็นแล้วตาโตตื่นเต้น..ทำไมไฟแดงบ้านเค้าใช้แขวนไม่ใช้เสา**

แต่อย่าคิดว่าจะมีแต่รูปวิว..สาวๆเค้าก็บ้าถ่ายรูปเล่นนะคะ

real life in USA

**ถ่ายแบบเล่น..(คิดว่าสวยงัย)**

real life in USA

**ถ่ายกับภาพจิตรกรรม..ชอบรูปนี้มากเพราะได้feelแบบhomeless**

real life in USA

**รูปนี้มุมดี..ดูผอมกันถ้วนหน้า55**

real life in USA

**ถ่ายตัวเองบ้าง..เพราะชอบbackground**

real life in USA

**รูปนี้ดูเหงาๆ..ต้นไม้กะตึกสวยดี**

และด้วยความที่สงสัย..ว่าวัยรุ่นเมืองนี้เค้าทำอะไร..หายไปไหนกันหมด

เราเลยเดินไปไกลบ้านบ้าง..ก็พบว่าเค้ามารวมตัวกันอยู่ที่

ลานสเก็ตค่ะ..ที่นี่เป็นโรงยิมไว้ให้เล่นบาส..โยนโบลิ่ง

real life in USA

**สังเกตหนุ่มเสื้อเหลือง..ไม่ใช่ใครนังเบนซ์นี่เองไปเล่นบาสกะเค้าด้วย**

real life in USA

**ถัดจากโรงยิมไปก็เป็นwal-mart..เจอแล้วห้างที่ใกล้บ้านที่สุด..ละลายทรัพย์ที่นี่กันทุกวัน**

real life in USA

**เดินถอยมาหน่อยเป็นสนามเบสบอล**

สนามเบสบอลที่นี่มีหลายขนาดเหมาะกะคนเล่น

คือสนามเด็กเล็ก..เด็กโต..ผู้ใหญ่

พวกเราชอบไปส่องดูเด็กๆเล่นเพราะว่าเด็กฝรั่งน่ารัก

เด็กโตก็ชอบเพราะว่า..อิอิ(รู้กันๆ)

real life in USA

**และก็มีสนามเด็กเล่นข้างๆสนามเบสบอล**

มาถึงร้านMc Donald's

real life in USA

**ที่ทำงานของเรา..**

real life in USA

**เสื้อtrainงาน..ชอบคำบนเสื้อมาก..

it's better than just a job..it's a McAdventure**

real life in USA

**ช่วงแรกๆมัน adventure เกินไปจนอยากจะกลับบ้านเลยล่ะ..หุหุ**

พอทำงานได้สักพัก..ก็มีคนไทยมาทำงานที่ร้านเพิ่ม2คน

คือพี่เทพกะมีมีเป็นพี่น้องกัน..เค้าเพิ่งเดินทางมาทีหลัง

มาจากอีกบริษัทหนึ่ง..มาอยู่บ้านเดียวกะMirellaข้างๆบ้านเรา

real life in USA

**งานวันอีสเตอร์..พี่เทพ..มีมี..กาว ณ บ้านBogdan&Gabriel**

พวกเราเลยครึกครื้นเมื่อมีกองกำลังคนไทยมาเพิ่ม555

real life in USA

**uniformจริงหลังจากtrainงานเสร็จแล้ว**

real life in USA

**Drive Thru Girl is Me**

ทำงานได้เกือบเดือนเรารู้สึกเก็บกด..จากงาน..นายจ้างและอะไรหลายๆอย่าง

ชีวิตช่วงนั้นถูกบีบคั้นสุดฤทธิ์เลยหาทางหนี..ไม่ได้หนีไปไหน

หนีไปเที่ยว..เท่านั้นเอง..โดดงานกันหมด

ให้นายจ้างโมโหเล่น..รู้ไว้ซะคนไทยฆ่าได้หยามไม่ได้

เรารวบรวมตังค์และใบขับขี่ของเบนซ์และพี่เทพ

ไปเช่ารถกัน..จุดหมายคือ..ทะเลแสนสวยที่ฟลอริด้า

ขับจากอลาบาม่าไปถึงฟลอริด้าใช้เวลา5ชม.

real life in USA

มีเรื่องตื่นเต้นระหว่างทาง..พวกเราโดนตำรวจจับ..

ชีวิตชั้น..อะไรจะซวยได้อีกขนาดไปเที่ยวยังโดน

พวกเราระวังตัวกันมากๆคอยเตือนกันตลอดว่าเฮ้ย..ขับเร็วไป

ระวังไม่ให้เกินlimitที่เค้ากำหนด..แต่จังหวะนั้นคือ

มันเป็นทางขึ้นซึ่งเราต้องเร่งให้ความเร็วให้ขึ้นจากนั้นมันดันเป็นทางลาดลงพอดี

เราเบรกรถให้ช้าลงไม่ทัน..ตำรวจก็เข้าใจจอดรถซุ่ม

มันดันไปจอดตรงอีทางลงพอดี..รถเราเลยซวยโดนจับเพราะขับเกินlimit

จังหวะนั้นคิดรายไม่ออก..กลัวมาก

เราดูจากในหนังเห็นว่าตำรวจที่นี่เค้าเข้มงวดมาก..

ไม่มีมาจ่ายตังค์แล้วจบเหมือนที่เราทำที่เมืองไทย

สรุปเค้าก็แค่เตือนเพราะเห็นว่าเป็นต่างชาติแล้วก็เป็นครั้งแรก

แต่ก็ไม่วายโดนด่าเพราะเรานั่งรถเบียดกันไป

อัดหลังไป4..ซึ่งจิงๆเค้าให้นั่งแค่3

อะไรกันนักหนา..มาเมืองไทยซิอัด7คนยังทำมาแล้ว..

limitที่ติดไว้ตามถนนบ้านเรา

เปรียบเหมือนป้ายพอเป็นพิธี..เท่านั้นแหละ(ความเห็นส่วนตัว)

แต่ก็รอดมาได้ค่ะ..อิอิ

real life in USA

**คนขับรถส่วนตัว**

real life in USA

**บีบกันเป็นปลากระป๋อง..ก็สมควรโดน**

real life in USA

**พาหนะสีแดง..พร้อมคนขับ..ที่พาเรามายังฟลอริด้า**

real life in USA

**พอไปถึงก็แวะดินเนอร์กันที่waffle houseไม่วายเจอพนักงานคนไทย

อย่างว่าโปรแกรมwork&travelมันฮิต..ไปไหนๆก็เจอคนไทย**

พวกเราก็แลกเปลี่ยนประสบการณ์ชีวิตกะเค้าใหญ่

น้ำตาจะไหลเลย..รู้สึกดีมากที่ได้เจอคนไทย..รู้เลยว่า

อยู่ที่ไหนก็ไม่สุขใจเท่าบ้านเรา..จิงๆค่ะ

real life in USA

**ชักภาพความสุขสุดท้ายริมทะเล..ก่อนกลับไปเผชิญขุมนรกต่อ**

จากนั้นพวกเราก็ตีรถกลับอลาบาม่าเลย..เพราะตอนเช้าพวกเราต้องเข้างาน

โอ้..สวรรค์ยังไม่วายเข้าข้างลูก

ยังแกล้งให้ลูกหลงทางได้อีก..ขากลับ

เราก็ไม่รู้จะทำไง..เลยโทรหาสตีฟว่าพวกเราหลงทาง

สตีฟก็ให้บอกว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน..เห็นป้ายอะไรบ้าง

เราก็บอกไป..สตีฟหัวเราะใหญ่เลย

ว่าขับยังงัยหลงไปซะไกลเลย..แต่สุดท้ายเราก็กลับมาจนได้

โดยที่นังสตีฟก็ไม่ได้ช่วยรายเราเลย..เชอะๆๆๆ

real life in USA

**แสงสว่างของวันใหม่..ชีวิตพวกเรายังต้องเดินต่อไปค่ะ..สู้ๆ**

หลังจากวันนั้น..ก็มีเรื่องมากมายเกิดขึ้นค่ะ..จนแพท,ยายและเบนซ์

ต้องขอลาออกจากงาน..ช่วงนั้นสภาพจิตใจแต่ละคนย่ำแย่มาก

อย่างที่บอก..ความอดทนของคนเรามันมีขีดจำกัดต่างกันค่ะ

และทางเลือก..ก็ไม่ได้มีให้คนเราเลือกได้มากนัก

ในเมื่อเพื่อนเรา3คนเค้ามีทางเลือกที่ดีกว่า..เค้าก็ควรไปค่ะ

เราเองก็ไม่อยากเห็นเพื่อนมานั่งทุกข์ทรมานร้องไห้กันทุกวัน

แต่เรา,หนุยและเมทก็อดทนกันมาได้..ทนทำงานต่อจนกระทั่งหมดสัญญา

พวกเรา3คนที่เหลือก็ใจหายมากเพราะเราคิดมาตลอดว่า

เพื่อนมาด้วยกัน..แล้วจะอยู่ด้วยกันไปตลอดจนกลับเมืองไทย

แพทย้ายไปอยู่กับญาติที่แคลิฟอร์เนียและยายก็ขอตามแพทไปด้วย

ส่วนเบนซ์ก็ย้ายไปอยู่กะพ่อที่Mary land..

ช่วงนั้นถ้าไม่มีกำลังใจที่สำคัญอย่างสตีฟเราก็คงแย่..

ร้องไห้กอดคอคิดถึงเพื่อนกันอยู่หลายวัน..สักพักก็ทำใจได้ค่ะ

จนทำงานครบตามสัญญาเราก็วางแผนไปเที่ยวกัน..

โดยมีBogdanเป็นหัวเรือใหญ่..อาสาเป็นคนขับรถให้

เลยไปเที่ยวทะเลที่ไมอามี่และไปต่อที่ดิสนี่ย์เวิลด์

ตบท้ายด้วยบุช การ์เด้น

แต่รูปไม่ค่อยมีเพราะพอเอารูปไปลงคอมmemory card พัง

อย่างไร้สาเหตุ..เอาไปกู้รูปกลับมาได้นิดหน่อย..เสียดายรูปมาก

real life in USA

**ตื่นเต้น..เค้าจ่ายค่าtoll wayกันที่เครื่องได้..เมืองไทยไม่มี..wow**

เป็นครั้งแรกที่ได้ไปไมอามี่และก็ดิสนี่ย์เวิลด์

real life in USA

**ตื่นเต้นสุดชีวิต..เรามาถึงไมอามี่แล้ว**

real life in USA

**เห็นแค่ตึกก็ร้องกรี๊ดแล้ว..เพราะอยู่บ้านนอกมา2เดือน555**

real life in USA

**ขับรถชมรอบเมืองสักพักก็ไปเล่นน้ำทะเล**

เสียดายรูปทะเลหายไปแล้ว..memory cardกู้รูปที่ทะเลกลับมาไม่ได้

ที่ไมอามี่บ้านช่องเค้าสวยงามมาก..เป็นย่านคนรวย

บ้านทุกหลังจะมีเรือยอร์ชจอดอยู่หลังบ้านที่เป็นท่าเรือ..

ส่วนหน้าบ้าน..มีแต่รถที่ชาตินี้เราเก็บเงินจนตายก็ไม่มีปัญญาซื้อ

มีทุกbrand..หลักๆจะเป็นรถเบนซ์แบบsportเปิดประทุน

เพราะอากาศเค้าดี..ขับรถกินลมได้สบายมาก

เราก็..อยากอยู่ที่นี่จังเลย..หรูหรามาก

มีแต่ตึกสูงๆ..เป็นเมืองเศรษฐกิจ..ที่สำคัญเมืองเค้าเป็นระเบียบมาก

สะอาด..เรียบร้อย..มีรถไฟฟ้าด้วย

แต่ไม่มีรูปค่ะ..ถ่ายไว้ทุกshotแต่..หายยไปหมดเลย

เอาล่ะมาต่อกันที่ดิสนี่ย์เวิลด์..ในวันรุ่งขึ้น

real life in USA

**3 สาวทรงพลังที่สามารถsurviveมาได้..ชักภาพเป็นที่ระลึกค่ะ**

real life in USA

**ใช่แล้ว..where dreams come true**

real life in USA

**ขอเป็นเด็กวันหนึ่ง..ไปเดินเล่นกะตัวการ์ตูนดีกว่า**

real life in USA

**หัวหน้าทัวร์และลูกทัวร์ทั้ง3**

จากนั้นวันสุดท้ายเราก็ไปต่อกันที่บุช การ์เด้น..และกลับสู่อลาบาม่า

กลับมาเก็บกระเป๋าเตรียมกลับบ้านเรา..THAILANDตื่นเต้นมาก

แต่ก็เสียใจมากเหมือนกัน..เนื่องจากเราต้องจากสุดที่รักไป..แง่ๆๆๆ

และก็ยังมีเพื่อนๆที่นี่อีกหลายคนที่เราสนิท..

real life in USA

**เดวิด..managerอารมณ์ดี..1ในแกงค์เราที่Mc**

real life in USA

**โทรีอาโน่..หรือทรอยเพื่อนซี้นังสตีฟ..เป็นmanagerที่เราเล่นหัวได้555**

real life in USA

**James จอมป่วนประจำร้านชอบแกล้งพวกเรามาก..**

real life in USA

**Andrew&Vitale 2ใน3หนุ่มจากประเทศในยุโรปที่มาอยู่บ้านและทำงานต่อจากเรา**

real life in USA

**แกงค์ลูกลิงตัวป่วนร้านที่มาแวะมาบอกลาพวกเราถึงบ้าน

ก่อนที่พวกเราจะเดินทางกลับในตอนกลางคืน**

นอกจากนี้เรายังได้ทำ2nd jobที่ร้านhardee'sด้วย

แต่ทำได้อาทิตย์เดียวก็ลาออกเพราะว่ามีเรื่องที่เพื่อนๆ

ต้องแยกย้ายกัน..เลยไม่มีแรงทำ..หมดกำลังใจจะใช้ชีวิตตอนนั้นมาก

แต่เราก็ยังแวะเวียนไปหาเพื่อนๆที่ร้านhardee'sบ่อยๆ

ตอนนี้มานั่งคิดว่าถ้าตอนนั้นเราทนทำ2nd jobไปเรื่อยๆ

ตอนนี้คงมีตังค์เหลือเก็บสบายๆ555

real life in USA

**เพื่อนที่ทำงานที่ hardee's ร้านfast food 2nd jobของเรา**

real life in USA

**Mrs.Tamela 1ในmanagerที่ร้าน hardee's**

real life in USA

**Mrs.Chippolette ที่เป็นผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาที่ร้าน hardee'sให้เรา**

เรารู้สึกรักเค้ามาก..เพราะเค้าสอนเราหลายอย่าง

ก่อนจะกลับเค้าถามเราว่า..ทำไมต้องกลับด้วยไม่อยู่ต่อหรอ

เราตอบเค้าว่า..เราต้องกลับไปเรียนให้จบปริญญาตรีก่อน

เค้าก็บอกว่าเรียนให้จบตามระบบคอมพิวเตอร์หรอ

ชีวิตนี้มีอะไรอีกเยอะ..เราจะเรียนจบจิงๆก็ต่อเมื่อ..เราตายไปแล้ว

สิ่งสำคัญที่เราต้องเรียนคือประสบการณ์ในชีวิตจริงต่างหาก

เค้าให้ข้อคิดอะไรเราหลายๆอย่างในการทำงาน..การใช้ชีวิต

เราเลยสัญญากะเค้าว่า..ถ้ามีโอกาสได้กลับไป

เราจะไปหาเค้านะ..เค้าก็ร้องไห้..ดีใจใหญ่เลย

สุดท้ายก็ถึงเวลาออกเดินทางตอนตี1..

โชคดีที่Bogdan..เป็นเพื่อนที่ดีมาก..เค้าอาสาขับรถไปส่งเราถึง

สนามบินฟลอริด้า..ที่เดิมที่เรามาตอนแรก

ไม่อย่างนั้นเราต้องกลับด้วยวิธีแบบเดิมคือ..

แบกกระเป๋าขึ้นรถGreyhound555

ใช้เวลาขับ2ชม.เราก็มาถึง..สนามบินเครื่องออกตอนตี4

real life in USA

**Bogdan...best friend**

ผ่านไปไวเหมือนโกหก..เราก็มาถึง

real life in USA

**สุวรรณภูมิ..เมืองไทยของเรา**

 

..เป็นอันจบทริปชีวิตสมบุกสมบันของเรา..

ขอบคุณสำหรับการติดตามชีวิต..ในต่างแดน..ของคนคนนึงนะคะ

work&travel บางคนอ่านแล้วอาจจะรู้สึกไม่ดีกับโครงการนี้

แต่บอกได้เลยค่ะ..ว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะโชคร้ายเหมือนเรา

แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่โชคดี..ได้เหมือนอย่างที่ฝันเอาไว้

การใช้ชีวิตและแก้ปัญหาต่างๆอย่างมีสติ..จะทำให้เรา

ผ่านช่วงเวลาเลวร้ายต่างๆมาได้ค่ะ..สำหรับเราแล้ว

สิ่งที่ได้กลับมาไม่ใช่เงินทองมากมายอย่างที่ตั้งใจเอาไว้

แต่มันเป็นประสบการณ์ที่มาเติมเต็มชีวิต..ให้เราก้าวไปข้างหน้า

ได้อย่างภาคภูมิใจและมีอดีตเป็นบทเรียนคอยสอนและเป็น

แนวทางให้เราใช้ชีวิตได้อย่างมีสติในปัจจุบันค่ะ..ขอให้ทุกคนโชคดีค่ะ

ไดวันนี้ยาวเพราะว่ารูปเยอะค่ะ..

จากนี้ก็ต้องเตรียมตัวสอบแล้ว..คงจะได้อัพอีกทีก็กลางเดือนมีนานู้น..

แต่จะแวะมาอ่านคอมเมนท์ของทุกๆคนนะคะ..

..แล้วเจอกันค่ะ..

 

 

 

 

 

Posted on Mon 25 Feb 2008 20:40
ดีจ้าน้องกาว
ก่อนอื่นต้องบอกว่าพี่ตั้งใจอ่านไดฯหน้านี้ยาวนานมากๆ ฮ่าๆ
แบบว่าเจอทิชากวนตลอดเลย
แต่ดีใจที่ได้อ่านจบ
แล้วอยากจะบอกหนูว่าประสบการณ์ที่หนูได้มา มันมีค่ามากเลยนะ
ไม่ใช่คนทุกคนที่มีโอกาสได้ทำแบบนี้
แล้วพี่ก้อนับถือที่หนูๆ (ทั้งน้องกาวและเพื่อนร่วมแก็งค์)ฝ่าฟันกันมาได้
ชีวิตมีอะไรให้เราต้องเรียนรู้อีกเยอะ
บางอย่างที่เราคิดว่าหนักหนา เลวร้ายที่สุดในชีวิตแล้ว
ก็จะกลายเป็นเรื่องเล็กๆ ที่ทำให้เราได้ยิ้มในวันที่มองย้อนกลับไป
ประสบการณ์เป็นสิ่งที่มีค่าเสมอนะคะ

แหมๆ ขอแซวหน่อย ที่ไม่หนีตามเพื่อนๆ ไปเพราะมีคนรักนี่นา อิอิ
ปล. ไฟแดงที่แขวนกะสายไฟอ่ะ เพิ่งเคยเห็นเหมือนกันนะเน่ีย เหอๆ

   
Sun 2 Mar 2008 5:58 [12]

เขียนได้ดีมากๆๆๆๆ ชอบมากๆๆๆเลย
"เค้าก็บอกว่าเรียนให้จบตามระบบคอมพิวเตอร์หรอ

ชีวิตนี้มีอะไรอีกเยอะ..เราจะเรียนจบจิงๆก็ต่อเมื่อ..เราตายไปแล้ว

สิ่งสำคัญที่เราต้องเรียนคือประสบการณ์ในชีวิตจริงต่างหาก"
.
.
.
จริงอย่างที่สุด..



ขอบคุณนะที่เขียนให้อ่านจนจบ..
ppp   
Thu 28 Feb 2008 22:43 [11]

วันนี้ตามมาอ่านตอนจบ พี่ทึ่งในความสามารถของน้องกาวจริงๆ

ทริปนี้ได้ประสบการณ์เยอะเลยนะน้องกาว ทุกอย่างจบลงได้ด้วยดี พี่เห็นด้วยจ๊ะที่ว่าสิ่งที่ได้มาไมใช่เงินทางแต่เป็นประสบการณ์ ถ้เป็นพี่ไปบ้างพี่คงร้องไห้กลับบ้านตั้งแต่วันแรกแน่ๆเลย 5555 นับถือน้องกาวจริงๆ

ตั้งใจเรียนนะจ๊ะ พี่จะแวะมาหาบ่อยๆจ้า
   
Thu 28 Feb 2008 15:51 [10]

อยากไป Work&travel เหมือนกันค่ะ
เค้าว่า จะคาดหวังสูงไม่ได้ ใหม่ว่าก็น่าจะจริงนะคะ
คนเอเชียผิวเหลือง ก็ต้องโดนเหยียดวันยังค่ำ.... อดทนค่ะอดทน
(แถวนี้ขนาดเอเชียผิวเหลืองเหมือนกันยังมีเลย)

ไดอะรียาว อ่านสนุกมากเลยค่ะ
monthly    
Thu 28 Feb 2008 9:32 [9]

อ่านจบแล้วรู้สึกนึกถึงตอนตัวเองเปนวัยรุ่น 5555
น้องกาวเอ้ย ถึงจะเจอดีมั่งไม่ดีมั่ง แต่ก้อเปนประสบการณืชีวิตเนอะ
ดีกว่าไม่ได้เจออะไรเลย

แอบขำตอนที่โดนตำรวจจับ เออ
เค้ายังใจดีน่ะนั่น ไม่งั้นโดนค่าปรับอีกอาน อิอิ

   
Thu 28 Feb 2008 3:44 [8]

กาว...

หนูเก่งมาก... หนูผ่านเรื่องราวที่พี่คิดว่า ถ้าเป็นพี่...พี่คงทำไม่ได้อย่างที่หนูทำแน่ๆ

เรื่องราวของหนูในอเมริกาทำเอาพี่นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับความสมบุกสมบันของหนู

พี่อ่านแล้วคิดถึงอเมริกาจริงๆ...
   
Thu 28 Feb 2008 1:37 [7]

สมัยพี่เรียนไอ้work&travelมันไม่ค่อยบูมมาก
เรียนจบแล้วเห็นโผล่ๆมาบ้าง เก็บเกี่ยวประสบการณ์ชีวิตน่ะดีที่สุดค่ะ
แก่แล้วไม่มีเวลาเก็บ อิอิ แล้วจะตามมาอ่านตอนต่อไปนะคะ ขยันเรียนล่ะ
   
Wed 27 Feb 2008 23:33 [6]

เมืองดูเงียบเหงาจิงๆเลย แตว่าไปมันกน่าสนุกดีอ่ะ ได้ภจญภัย
  
Wed 27 Feb 2008 12:38 [5]

ตามมาอ่านอีกแล้วคะ
ยิ่งอ่านก็นึกถึงชีวิตตัวเองตอนไปแบบน้องกาว
แม้จะเริ่มทุลักทุเลหน่อยแต่ก็ดีใจที่มันจบลงด้วยดีนะคะ
อ่านเพลินเลย แหะๆ

ปล. พี่เป็นซี้เจ๊ศิจริงๆด้วยล่ะ รู้จักกันด้วยเหรอ
   
Tue 26 Feb 2008 22:47 [4]

^^ อ่านจนจบ ใช้เวลาไปหลายนาทีเลยค่ะ รู้สึกได้ตามรอยอดีต ประสบการณ์ดีๆของน้องกาวไปด้วยเลย แต่คงเทียบไม่ได้เท่าน้องกาวไปสัมผัสด้วยตัวเองนะคะ..

บอกได้คำเดียวเลย..ประทับใจมากๆๆๆๆๆ

ถ่ายทอดออกมาได้ดีจังค่ะ..

ชอบประโยคตอนท้ายที่สุดเลย..

"สิ่งที่ได้กลับมาไม่ใช่เงินทองมากมายอย่างที่ตั้งใจเอาไว้
แต่มันเป็นประสบการณ์ที่มาเติมเต็มชีวิต.."
พี่เห็นด้วยที่สุดๆๆๆ...อิอิ

เก็บประสบการณ์นี้ไว้เป็นข้อคิด และเตือนใจเวลาท้อถอยนะคะ ไม่ว่ามันจะดีหรือจะร้าย มันก็คือ ชีวิต ที่ได้เจอทั้งสองด้าน..และขอให้สู้ อดทน แล้วทุกอย่างจะผ่านพ้นไปด้วยดีค่ะ..

   
Tue 26 Feb 2008 19:39 [3]

อย่างน้อยก้ได้เพื่อน
และประสบการณ์เนอะ เรายังอยากไปเลย อยากมีประสบการณ์แบบนี้บ้าง
ว่าแต่ว่า อ่านแล้วได้ครบทุกรสเลย สนุกดีๆ
   
Tue 26 Feb 2008 1:19 [2]

เมืองดูเงียบจริงๆค่ะ ดูจากภาพที่ถ่ายมา ไม่ค่อยเห็นคนเดินเลยเนอะ
   
Mon 25 Feb 2008 19:27 [1]

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกตัวเลขก่อนส่ง