
25th Feb,2008 :: 04.03pm
เมืองที่ได้ทำงานชื่อเมือง Bay Minette
พอไปถึงรู้สึกได้ว่า..มันไม่มีผู้คนอยู่เลย
เราถามนายจ้างเค้าก็บอกว่า..เมืองนี้เป็นdeath town
หรือแปลว่า เมืองที่ตายแล้ว..คือเมื่อก่อนเป็นเมืองเจริญมาก
แต่ตอนนี้เหมือนคนอพยพเข้าเมืองหางานทำเมืองเลยดูไม่ค่อยมีคน
อารมณ์เหมือนชนบทบ้านเราที่คนเข้ากรุงเทพหางานทำ..

**death town-Bay Minette**
แต่เราชอบนะ..เพราะว่าอยู่แบบนี้แล้วมีความสุขกว่า
เรื่อยๆไม่ต้องแข่งขันกับใคร..อากาศดีกว่า..ผู้คนก็ดีเป็นมิตรกว่า
มีความทรงจำเยอะแยะ(ทั้งดีและไม่ดี)เมื่อมาอยู่ที่นี่..แต่คงเล่าได้ไม่หมดนะคะ
เพราะว่าเรื่องบางเรื่อง..มันก็อยู่ลึกๆในใจเล่าออกมาเป็นคำพูดไม่หมดหรอกค่ะ
..จิงมั้ยคะ..
เรื่องหลักๆก็อย่างที่รู้ๆแหละค่ะว่า..เรามันคนผิวเหลือง
ยังงัยก็ต้องโดนดูถูกอยู่แล้ว..อันนี้เราทำใจมาตั้งแต่เดินทางแล้วล่ะค่ะ
เพราะมีเรื่องเล่ามากมายที่เราได้ยินมาเกี่ยวกับ..ชีวิตของคนเอเชียต่างแดน
อยู่ที่ว่าใครจะโดนมากโดนน้อย..ใครจะอดทนต่อสิ่งต่างๆได้มากกว่ากัน
ก็ชีวิตนี่คะ..มันก็ต้องมีทั้งสุขและทุกข์ปะปนกันไป..ให้สนุกสนานใจเล่น
ก็อย่างที่บอกค่ะ..อยู่เมืองเล็กๆอย่างนี้
ดีกว่าตรงที่ผู้คนเป็นมิตรมากกว่าเมืองใหญ่ๆ..แต่ข้อเสียอันร้ายแรงคือ
ถ้าไม่มีรถส่วนตัว..เราจะไปไหนไม่ได้เลยค่ะ
ไปอยู่ที่นู่นเหมือนตายทั้งเป็น..จะไปเที่ยวทะเลเมืองใกล้ๆก็ไม่ได้
ต้องเดินเท้าไปไหนต่อไหนด้วยตัวเอง..ไปซื้อของเข้าบ้านแต่ละที
หอบกันไม่หวาดไม่ไหว..มองในแง่ดีก็จะได้ผอมๆๆๆๆ
แต่ดีตรงที่เรามีเพื่อนบ้านประเสริฐติดสอยห้อยตามรถเค้าไปบางครั้ง
แถมmanagerที่ร้านก็อยู่ละแวกบ้านเดียวกัน
วันไหนทำงานดึกๆเค้าก็ไปรับไปส่ง..บางวันก็เดินกลับเอง
ดีที่บ้านกะร้านเดินประมาณ1กม.ก็ถึงแล้ว
สบายบ้างลำบากบ้าง..สนุกดีค่ะ

**Bogdan&Gabriel..เพื่อนข้างบ้านชาวโรมาเนีย**

**Mirella..เมเนเจอร์สาวสวยชาวโรมาเนีย**
บ้านที่เราได้ไปอยู่..เป็นapartment 2ชั้นมีห้องนอน2ห้องน้ำ2
พร้อมครัว(กินทั้งวัน..สบายพุง)
อยู่กัน6คนมีเดอะแกงค์เรากะ1หนุ่ม(เบนซ์)จากแม่ฟ้าหลวง
เราเพิ่งรู้จักเบนซ์ตอนที่จะเดินทาง..เพราะมาจากบริษัท(ต้มตุ๋น)เดียวกัน
ตอนนั้นเราต้องรวมตัวเพื่อความอยู่รอด..เนื่องจากเราไม่รู้จักใคร
และเบนซ์ก็อยากอยู่กะสาวๆมากกว่า..ด้วยเหตุผลว่า
จะได้มีคนทำกับข้าวให้กิน(มันเห็นแก่กิน555)
พวกเราสนิทใจกะเบนซ์มาก..แยกกันนอนห้องละ3คน
เหมือนกินนอนด้วยกัน..เจอเรื่องต่างๆมาด้วยกัน
พวกเราเลยสนิทกันได้ไม่ยาก..

**Bogdan&Benz**
ช่วงแรกๆที่ไปเรายังหากิจกรรมอะไรทำได้ไม่เยอะนัก..พอว่างจากทำงาน
เราก็เดินสำรวจบริเวณบ้าน..และเดินรอบๆเมือง
เลยทำให้รู้สึกว่า..เมืองนี้น่าอยู่มากกก..สวยมากกก..อากาศดีมากกก

**apartmentที่เราอยู่..(หลังที่เปิดไฟทางซ้าย)**
อยู่สบายมากก..แต่ค่าเช่าก็แพงพอตัว85$/wk.

**เสาไฟกะต้นไม้หน้าบ้าน**

**รถของลูกชายlandlordเจ้าของapartment..
รถสวยแล้วคนขับก็หล่อมากก..มีสีแดงอีกคัน..รวยจิงๆ**
และโชคดีที่apartment เรานั้นอยู่ละแวกใจกลางเมือง
มีห้องสมุดประจำเมืองอยู่หลังบ้านทางซ้าย
ซึ่งเราเดินไปใช้บริการinternetแบบwirelessได้
เล่นทั้งวันเลย..คุยกะพ่อแม่คุยกะเพื่อน..ไม่เสียตังค์555

**เป็นห้องสมุดเก่าแก่..แต่ระบบต่างๆทันสมัยกว่าบ้านเราอีก(ขอเมาท์)**
เดินถัดไปอีกหน่อยก็จะมีธนาคารตั้งตระหง่านอยู่หลายธนาคาร
และถัดไปอีกก็จะเป็นพวกศาลและก็ตึกที่ทำการสำคัญทางราชการต่างๆ

**หลังบ้านเป็นCourthouse**

**Administration Building..ไม่รู้ภาษาไทยเรียกว่าอะไร**
ที่น่าตกใจคือ..ข้างบ้านเราเป็นคุกค่ะ..คุกขังนักโทษแดนใต้
เราก็คิดว่ามันเป็นสถานที่เป็นตึกสำคัญรายงี้..เดินเล่นซะเพลินเลย
ซึ่งนักโทษแถบนี้ได้ชื่อว่า..จี้,ปล้น,ฆ่า,ข่มขืน
ตกใจมาก..คือมันใกล้บ้านมากห่างกันไม่กี่ร้อยเมตร
กลัวว่านักโทษจะหลุดออกมา..ผวาไปพักนึง
แถมตอนเดินสำรวจรอบๆบ้าน..เราดันเดินไปตรงห้องขังพอดี
นักโทษพวกนั้นเหมือนเค้าแกล้งเรา..คือเราเดินไปใกล้แบบไม่รู้ตัว
เค้าก็ทุบกระจกซะดังลั่น..แบบว่าแกล้งเราให้ตกใจเล่น
เราก็วิ่งกันใหญ่เพราะกลัวเค้าจะออกมา..กลัวมาก

**คุกค่ะ..บ้านนู๋อยู่ติดคุกค่ะ..แต่คุกเค้าดูดีมากเลย**
นอกจากนี้บริเวณใกล้ๆศาลเรายังมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง..
ซึ่งใครหนอมาวาดไว้..สวยมากๆค่ะ

**เป็นรูปธงชาติอเมริกาแล้วก็รูปเทพีเสรีภาพ**
กลับมาที่บริเวณห้องสมุด..ฝั่งตรงข้ามห้องสมุดจะเป็นร้านCVS
ซึ่งจัดว่าเป็นแหล่งshoppingย่อมๆที่สาวๆชอบไปใช้บริการ
ซื้อของเล็กๆน้อยๆเข้าบ้าน..เช่น นม,ขนม,ยาแก้ไอ ฯลฯ

**ตู้โทรศัพท์หน้าร้านCVSไว้โทรหาพ่อแม่เพื่อนฝูงที่เมืองไทย**
ตอนแรกที่เราไปใช้มันค่อนข้างจะทรุดโทรมมาก
เพราะไม่ค่อยมีใครใช้กันเนื่องจากเค้าใช้cell foneกันหมด
ปุ่มตัวเลขค้าง..กดไม่ได้
จนกระทั่งตอนนี้ปุ่มมันใช้ได้ตามปกติแล้ว..เพราะพวกเราไปกดมันทุกวัน555
หลังจากเราใช้ตู้โทรศัพท์สาธารณะสักพักพวกเราก็ตัดสินใจ
ซื้อcell foneราคาถูกแบบpre-paidใช้กัน
เพราะมันถูกกว่า..สะดวกกว่าเดินออกมาโทรและโทรกลับเมืองไทยได้ด้วย
เอาล่ะมาถึงกิจกรรมยามว่าง..ที่สำคัญอีกอย่างคือ
..การถ่ายรูป..

**ชอบสีท้องฟ้าแล้วก็ชอบสภาพตึกบ้านเค้า..สะอาด..สวยงาม**

**เห็นแล้วตาโตตื่นเต้น..ทำไมไฟแดงบ้านเค้าใช้แขวนไม่ใช้เสา**
แต่อย่าคิดว่าจะมีแต่รูปวิว..สาวๆเค้าก็บ้าถ่ายรูปเล่นนะคะ

**ถ่ายแบบเล่น..(คิดว่าสวยงัย)**

**ถ่ายกับภาพจิตรกรรม..ชอบรูปนี้มากเพราะได้feelแบบhomeless**

**รูปนี้มุมดี..ดูผอมกันถ้วนหน้า55**

**ถ่ายตัวเองบ้าง..เพราะชอบbackground**

**รูปนี้ดูเหงาๆ..ต้นไม้กะตึกสวยดี**
และด้วยความที่สงสัย..ว่าวัยรุ่นเมืองนี้เค้าทำอะไร..หายไปไหนกันหมด
เราเลยเดินไปไกลบ้านบ้าง..ก็พบว่าเค้ามารวมตัวกันอยู่ที่
ลานสเก็ตค่ะ..ที่นี่เป็นโรงยิมไว้ให้เล่นบาส..โยนโบลิ่ง

**สังเกตหนุ่มเสื้อเหลือง..ไม่ใช่ใครนังเบนซ์นี่เองไปเล่นบาสกะเค้าด้วย**

**ถัดจากโรงยิมไปก็เป็นwal-mart..เจอแล้วห้างที่ใกล้บ้านที่สุด..ละลายทรัพย์ที่นี่กันทุกวัน**

**เดินถอยมาหน่อยเป็นสนามเบสบอล**
สนามเบสบอลที่นี่มีหลายขนาดเหมาะกะคนเล่น
คือสนามเด็กเล็ก..เด็กโต..ผู้ใหญ่
พวกเราชอบไปส่องดูเด็กๆเล่นเพราะว่าเด็กฝรั่งน่ารัก
เด็กโตก็ชอบเพราะว่า..อิอิ(รู้กันๆ)

**และก็มีสนามเด็กเล่นข้างๆสนามเบสบอล**
มาถึงร้านMc Donald's

**ที่ทำงานของเรา..**

**เสื้อtrainงาน..ชอบคำบนเสื้อมาก..
it's better than just a job..it's a McAdventure**

**ช่วงแรกๆมัน adventure เกินไปจนอยากจะกลับบ้านเลยล่ะ..หุหุ**
พอทำงานได้สักพัก..ก็มีคนไทยมาทำงานที่ร้านเพิ่ม2คน
คือพี่เทพกะมีมีเป็นพี่น้องกัน..เค้าเพิ่งเดินทางมาทีหลัง
มาจากอีกบริษัทหนึ่ง..มาอยู่บ้านเดียวกะMirellaข้างๆบ้านเรา

**งานวันอีสเตอร์..พี่เทพ..มีมี..กาว ณ บ้านBogdan&Gabriel**
พวกเราเลยครึกครื้นเมื่อมีกองกำลังคนไทยมาเพิ่ม555

**uniformจริงหลังจากtrainงานเสร็จแล้ว**

**Drive Thru Girl is Me**
ทำงานได้เกือบเดือนเรารู้สึกเก็บกด..จากงาน..นายจ้างและอะไรหลายๆอย่าง
ชีวิตช่วงนั้นถูกบีบคั้นสุดฤทธิ์เลยหาทางหนี..ไม่ได้หนีไปไหน
หนีไปเที่ยว..เท่านั้นเอง..โดดงานกันหมด
ให้นายจ้างโมโหเล่น..รู้ไว้ซะคนไทยฆ่าได้หยามไม่ได้
เรารวบรวมตังค์และใบขับขี่ของเบนซ์และพี่เทพ
ไปเช่ารถกัน..จุดหมายคือ..ทะเลแสนสวยที่ฟลอริด้า
ขับจากอลาบาม่าไปถึงฟลอริด้าใช้เวลา5ชม.

มีเรื่องตื่นเต้นระหว่างทาง..พวกเราโดนตำรวจจับ..
ชีวิตชั้น..อะไรจะซวยได้อีกขนาดไปเที่ยวยังโดน
พวกเราระวังตัวกันมากๆคอยเตือนกันตลอดว่าเฮ้ย..ขับเร็วไป
ระวังไม่ให้เกินlimitที่เค้ากำหนด..แต่จังหวะนั้นคือ
มันเป็นทางขึ้นซึ่งเราต้องเร่งให้ความเร็วให้ขึ้นจากนั้นมันดันเป็นทางลาดลงพอดี
เราเบรกรถให้ช้าลงไม่ทัน..ตำรวจก็เข้าใจจอดรถซุ่ม
มันดันไปจอดตรงอีทางลงพอดี..รถเราเลยซวยโดนจับเพราะขับเกินlimit
จังหวะนั้นคิดรายไม่ออก..กลัวมาก
เราดูจากในหนังเห็นว่าตำรวจที่นี่เค้าเข้มงวดมาก..
ไม่มีมาจ่ายตังค์แล้วจบเหมือนที่เราทำที่เมืองไทย
สรุปเค้าก็แค่เตือนเพราะเห็นว่าเป็นต่างชาติแล้วก็เป็นครั้งแรก
แต่ก็ไม่วายโดนด่าเพราะเรานั่งรถเบียดกันไป
อัดหลังไป4..ซึ่งจิงๆเค้าให้นั่งแค่3
อะไรกันนักหนา..มาเมืองไทยซิอัด7คนยังทำมาแล้ว..
limitที่ติดไว้ตามถนนบ้านเรา
เปรียบเหมือนป้ายพอเป็นพิธี..เท่านั้นแหละ(ความเห็นส่วนตัว)
แต่ก็รอดมาได้ค่ะ..อิอิ

**คนขับรถส่วนตัว**

**บีบกันเป็นปลากระป๋อง..ก็สมควรโดน**

**พาหนะสีแดง..พร้อมคนขับ..ที่พาเรามายังฟลอริด้า**

**พอไปถึงก็แวะดินเนอร์กันที่waffle houseไม่วายเจอพนักงานคนไทย
อย่างว่าโปรแกรมwork&travelมันฮิต..ไปไหนๆก็เจอคนไทย**
พวกเราก็แลกเปลี่ยนประสบการณ์ชีวิตกะเค้าใหญ่
น้ำตาจะไหลเลย..รู้สึกดีมากที่ได้เจอคนไทย..รู้เลยว่า
อยู่ที่ไหนก็ไม่สุขใจเท่าบ้านเรา..จิงๆค่ะ

**ชักภาพความสุขสุดท้ายริมทะเล..ก่อนกลับไปเผชิญขุมนรกต่อ**
จากนั้นพวกเราก็ตีรถกลับอลาบาม่าเลย..เพราะตอนเช้าพวกเราต้องเข้างาน
โอ้..สวรรค์ยังไม่วายเข้าข้างลูก
ยังแกล้งให้ลูกหลงทางได้อีก..ขากลับ
เราก็ไม่รู้จะทำไง..เลยโทรหาสตีฟว่าพวกเราหลงทาง
สตีฟก็ให้บอกว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน..เห็นป้ายอะไรบ้าง
เราก็บอกไป..สตีฟหัวเราะใหญ่เลย
ว่าขับยังงัยหลงไปซะไกลเลย..แต่สุดท้ายเราก็กลับมาจนได้
โดยที่นังสตีฟก็ไม่ได้ช่วยรายเราเลย..เชอะๆๆๆ

**แสงสว่างของวันใหม่..ชีวิตพวกเรายังต้องเดินต่อไปค่ะ..สู้ๆ**
หลังจากวันนั้น..ก็มีเรื่องมากมายเกิดขึ้นค่ะ..จนแพท,ยายและเบนซ์
ต้องขอลาออกจากงาน..ช่วงนั้นสภาพจิตใจแต่ละคนย่ำแย่มาก
อย่างที่บอก..ความอดทนของคนเรามันมีขีดจำกัดต่างกันค่ะ
และทางเลือก..ก็ไม่ได้มีให้คนเราเลือกได้มากนัก
ในเมื่อเพื่อนเรา3คนเค้ามีทางเลือกที่ดีกว่า..เค้าก็ควรไปค่ะ
เราเองก็ไม่อยากเห็นเพื่อนมานั่งทุกข์ทรมานร้องไห้กันทุกวัน
แต่เรา,หนุยและเมทก็อดทนกันมาได้..ทนทำงานต่อจนกระทั่งหมดสัญญา
พวกเรา3คนที่เหลือก็ใจหายมากเพราะเราคิดมาตลอดว่า
เพื่อนมาด้วยกัน..แล้วจะอยู่ด้วยกันไปตลอดจนกลับเมืองไทย
แพทย้ายไปอยู่กับญาติที่แคลิฟอร์เนียและยายก็ขอตามแพทไปด้วย
ส่วนเบนซ์ก็ย้ายไปอยู่กะพ่อที่Mary land..
ช่วงนั้นถ้าไม่มีกำลังใจที่สำคัญอย่างสตีฟเราก็คงแย่..
ร้องไห้กอดคอคิดถึงเพื่อนกันอยู่หลายวัน..สักพักก็ทำใจได้ค่ะ
จนทำงานครบตามสัญญาเราก็วางแผนไปเที่ยวกัน..
โดยมีBogdanเป็นหัวเรือใหญ่..อาสาเป็นคนขับรถให้
เลยไปเที่ยวทะเลที่ไมอามี่และไปต่อที่ดิสนี่ย์เวิลด์
ตบท้ายด้วยบุช การ์เด้น
แต่รูปไม่ค่อยมีเพราะพอเอารูปไปลงคอมmemory card พัง
อย่างไร้สาเหตุ..เอาไปกู้รูปกลับมาได้นิดหน่อย..เสียดายรูปมาก

**ตื่นเต้น..เค้าจ่ายค่าtoll wayกันที่เครื่องได้..เมืองไทยไม่มี..wow**
เป็นครั้งแรกที่ได้ไปไมอามี่และก็ดิสนี่ย์เวิลด์

**ตื่นเต้นสุดชีวิต..เรามาถึงไมอามี่แล้ว**

**เห็นแค่ตึกก็ร้องกรี๊ดแล้ว..เพราะอยู่บ้านนอกมา2เดือน555**

**ขับรถชมรอบเมืองสักพักก็ไปเล่นน้ำทะเล**
เสียดายรูปทะเลหายไปแล้ว..memory cardกู้รูปที่ทะเลกลับมาไม่ได้
ที่ไมอามี่บ้านช่องเค้าสวยงามมาก..เป็นย่านคนรวย
บ้านทุกหลังจะมีเรือยอร์ชจอดอยู่หลังบ้านที่เป็นท่าเรือ..
ส่วนหน้าบ้าน..มีแต่รถที่ชาตินี้เราเก็บเงินจนตายก็ไม่มีปัญญาซื้อ
มีทุกbrand..หลักๆจะเป็นรถเบนซ์แบบsportเปิดประทุน
เพราะอากาศเค้าดี..ขับรถกินลมได้สบายมาก
เราก็..อยากอยู่ที่นี่จังเลย..หรูหรามาก
มีแต่ตึกสูงๆ..เป็นเมืองเศรษฐกิจ..ที่สำคัญเมืองเค้าเป็นระเบียบมาก
สะอาด..เรียบร้อย..มีรถไฟฟ้าด้วย
แต่ไม่มีรูปค่ะ..ถ่ายไว้ทุกshotแต่..หายยไปหมดเลย
เอาล่ะมาต่อกันที่ดิสนี่ย์เวิลด์..ในวันรุ่งขึ้น

**3 สาวทรงพลังที่สามารถsurviveมาได้..ชักภาพเป็นที่ระลึกค่ะ**

**ใช่แล้ว..where dreams come true**

**ขอเป็นเด็กวันหนึ่ง..ไปเดินเล่นกะตัวการ์ตูนดีกว่า**

**หัวหน้าทัวร์และลูกทัวร์ทั้ง3**
จากนั้นวันสุดท้ายเราก็ไปต่อกันที่บุช การ์เด้น..และกลับสู่อลาบาม่า
กลับมาเก็บกระเป๋าเตรียมกลับบ้านเรา..THAILANDตื่นเต้นมาก
แต่ก็เสียใจมากเหมือนกัน..เนื่องจากเราต้องจากสุดที่รักไป..แง่ๆๆๆ
และก็ยังมีเพื่อนๆที่นี่อีกหลายคนที่เราสนิท..

**เดวิด..managerอารมณ์ดี..1ในแกงค์เราที่Mc**

**โทรีอาโน่..หรือทรอยเพื่อนซี้นังสตีฟ..เป็นmanagerที่เราเล่นหัวได้555**

**James จอมป่วนประจำร้านชอบแกล้งพวกเรามาก..**

**Andrew&Vitale 2ใน3หนุ่มจากประเทศในยุโรปที่มาอยู่บ้านและทำงานต่อจากเรา**

**แกงค์ลูกลิงตัวป่วนร้านที่มาแวะมาบอกลาพวกเราถึงบ้าน
ก่อนที่พวกเราจะเดินทางกลับในตอนกลางคืน**
นอกจากนี้เรายังได้ทำ2nd jobที่ร้านhardee'sด้วย
แต่ทำได้อาทิตย์เดียวก็ลาออกเพราะว่ามีเรื่องที่เพื่อนๆ
ต้องแยกย้ายกัน..เลยไม่มีแรงทำ..หมดกำลังใจจะใช้ชีวิตตอนนั้นมาก
แต่เราก็ยังแวะเวียนไปหาเพื่อนๆที่ร้านhardee'sบ่อยๆ
ตอนนี้มานั่งคิดว่าถ้าตอนนั้นเราทนทำ2nd jobไปเรื่อยๆ
ตอนนี้คงมีตังค์เหลือเก็บสบายๆ555

**เพื่อนที่ทำงานที่ hardee's ร้านfast food 2nd jobของเรา**

**Mrs.Tamela 1ในmanagerที่ร้าน hardee's**

**Mrs.Chippolette ที่เป็นผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาที่ร้าน hardee'sให้เรา**
เรารู้สึกรักเค้ามาก..เพราะเค้าสอนเราหลายอย่าง
ก่อนจะกลับเค้าถามเราว่า..ทำไมต้องกลับด้วยไม่อยู่ต่อหรอ
เราตอบเค้าว่า..เราต้องกลับไปเรียนให้จบปริญญาตรีก่อน
เค้าก็บอกว่าเรียนให้จบตามระบบคอมพิวเตอร์หรอ
ชีวิตนี้มีอะไรอีกเยอะ..เราจะเรียนจบจิงๆก็ต่อเมื่อ..เราตายไปแล้ว
สิ่งสำคัญที่เราต้องเรียนคือประสบการณ์ในชีวิตจริงต่างหาก
เค้าให้ข้อคิดอะไรเราหลายๆอย่างในการทำงาน..การใช้ชีวิต
เราเลยสัญญากะเค้าว่า..ถ้ามีโอกาสได้กลับไป
เราจะไปหาเค้านะ..เค้าก็ร้องไห้..ดีใจใหญ่เลย
สุดท้ายก็ถึงเวลาออกเดินทางตอนตี1..
โชคดีที่Bogdan..เป็นเพื่อนที่ดีมาก..เค้าอาสาขับรถไปส่งเราถึง
สนามบินฟลอริด้า..ที่เดิมที่เรามาตอนแรก
ไม่อย่างนั้นเราต้องกลับด้วยวิธีแบบเดิมคือ..
แบกกระเป๋าขึ้นรถGreyhound555
ใช้เวลาขับ2ชม.เราก็มาถึง..สนามบินเครื่องออกตอนตี4

**Bogdan...best friend**
ผ่านไปไวเหมือนโกหก..เราก็มาถึง

**สุวรรณภูมิ..เมืองไทยของเรา**
..เป็นอันจบทริปชีวิตสมบุกสมบันของเรา..
ขอบคุณสำหรับการติดตามชีวิต..ในต่างแดน..ของคนคนนึงนะคะ
work&travel บางคนอ่านแล้วอาจจะรู้สึกไม่ดีกับโครงการนี้
แต่บอกได้เลยค่ะ..ว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะโชคร้ายเหมือนเรา
แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่โชคดี..ได้เหมือนอย่างที่ฝันเอาไว้
การใช้ชีวิตและแก้ปัญหาต่างๆอย่างมีสติ..จะทำให้เรา
ผ่านช่วงเวลาเลวร้ายต่างๆมาได้ค่ะ..สำหรับเราแล้ว
สิ่งที่ได้กลับมาไม่ใช่เงินทองมากมายอย่างที่ตั้งใจเอาไว้
แต่มันเป็นประสบการณ์ที่มาเติมเต็มชีวิต..ให้เราก้าวไปข้างหน้า
ได้อย่างภาคภูมิใจและมีอดีตเป็นบทเรียนคอยสอนและเป็น
แนวทางให้เราใช้ชีวิตได้อย่างมีสติในปัจจุบันค่ะ..ขอให้ทุกคนโชคดีค่ะ
ไดวันนี้ยาวเพราะว่ารูปเยอะค่ะ..
จากนี้ก็ต้องเตรียมตัวสอบแล้ว..คงจะได้อัพอีกทีก็กลางเดือนมีนานู้น..
แต่จะแวะมาอ่านคอมเมนท์ของทุกๆคนนะคะ..
..แล้วเจอกันค่ะ..